เปรียบเทียบข้อดี-ข้อจำกัด DPO ภายใน VS Outsourced DPO เลือกแบบไหนให้เหมาะกับคลินิก
ในการเตรียมความพร้อมตามกฎหมาย PDPA สำหรับธุรกิจคลินิกทางการแพทย์ หลังจากที่ผู้บริหารทราบแล้วว่าข้อมูลสุขภาพของคนไข้จัดเป็นข้อมูลลักษณะพิเศษที่บังคับให้ต้องมีเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ DPO ตามมาตรา 41(3) ขั้นตอนสำคัญต่อมาคือการตัดสินใจเลือกรูปแบบของ DPO ระหว่างการแต่งตั้งบุคลากรภายในองค์กร หรือการเลือกใช้บริการผู้เชี่ยวชาญจากภายนอก (Outsourced DPO) เพื่อให้ตอบโจทย์ทั้งในแง่ความถูกต้องทางกฎหมายและการบริหารต้นทุน
ข้อดีและข้อจำกัดระหว่าง DPO ภายใน กับ Outsourced DPO
การเลือกรูปแบบ DPO ที่เหมาะสมกับโครงสร้างของคลินิก มีจุดเด่นและข้อจำกัดที่ผู้บริหารต้องนำมาพิจารณาเปรียบเทียบอย่างรอบด้าน ดังนี้:
การแต่งตั้ง DPO ภายในองค์กร (Internal DPO)
- ข้อดี: มีความเข้าใจวัฒนธรรมองค์กร โครงสร้างระบบไอที และวงจรการไหลเวียนของข้อมูลคนไข้ภายในคลินิกเป็นอย่างดี สามารถสื่อสารและประสานงานกับบุคลากรทางการแพทย์ในตึกได้อย่างรวดเร็ว
- ข้อจำกัด: เสี่ยงต่อการเกิดภาวะความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest) หากเลือกบุคคลที่มีหน้าที่ประจำในการบริหารข้อมูลอยู่แล้ว และอาจขาดความเชี่ยวชาญเชิงลึกด้านกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
การเลือกใช้บริการ Outsourced DPO จากภายนอก
- ข้อดี (ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน): ได้รับการดูแลและคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและระบบความปลอดภัยข้อมูลโดยตรง มีประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหาจากหลายองค์กร และมีความเป็นอิสระในการตรวจสอบอย่างแท้จริง
- ข้อดี (ความยืดหยุ่น): ช่วยลดต้นทุนของคลินิกในการจ้างพนักงานใหม่แบบเต็มเวลา (Full-time) และสามารถเริ่มระบบได้ทันที
- ข้อจำกัด (ความเร็วในการเข้าถึงข้อมูล): เนื่องจากเป็นบุคคลภายนอก หากคลินิกไม่มีการวางระบบประสานงานภายในที่ดีพอ อาจทำให้เกิดความล่าช้าในการส่งต่อข้อมูลหรือจัดการเหตุการณ์ละเมิดข้อมูล (Data Breach)
4 คำถามช่วยตัดสินใจเลือก DPO ให้เหมาะกับโครงสร้างคลินิก
ก่อนที่ผู้บริหารจะทำการตัดสินใจแต่งตั้งหรือจัดจ้าง แนะนำให้ประเมินความพร้อมของสถานพยาบาลด้วย 4 คำถามสำคัญดังต่อไปนี้:
- มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ภายในไหม? หากบุคลากรในทีมที่มีความรู้ด้านไอทีหรือกฎหมาย เป็นผู้ที่มีอำนาจสั่งการหรือใช้ข้อมูลคนไข้ในการบริหารงานอยู่แล้ว การเลือกใช้บริการคนนอกจะปลอดภัยต่อข้อบังคับทางกฎหมายมากกว่า
- มีเวลาให้ทำงานนี้จริงหรือไม่? หากเลือกใช้คนในองค์กร ต้องมั่นใจว่าคลินิกสามารถปรับลดภาระงานเดิม และจัดสรรชั่วโมงทำงานสำหรับบทบาท DPO ให้เขาได้อย่างเฉพาะเจาะจงและเพียงพอ
- ระบบประสานงานภายในพร้อมไหม? หากตัดสินใจเลือกใช้คนนอก คลินิกมีการเตรียมช่องทางการสื่อสารที่ชัดเจนแล้วหรือยัง เช่น การจัดตั้งจุดรับเรื่องและอีเมลส่วนกลางสำหรับประสานงานด้าน PDPA โดยตรง
- ต้องการเริ่มระบบเร็วหรือค่อยเป็นค่อยไป? หากต้องการความพร้อมเร่งด่วนเพื่อรองรับการตรวจสอบหรือเปิดสาขาใหม่ การเลือก Outsourced DPO จะเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์และมีความพร้อมทำงานได้ทันทีมากกว่า
A:ไม่จำเป็นต้องจ้างภายนอกเสมอไป หากคลินิกของคุณมีพนักงานภายในที่มีความรู้ความเข้าใจเรื่องกฎหมาย PDPA เพียงพอ และตำแหน่งงานประจำของพนักงานคนนั้นไม่มีส่วนได้ส่วนเสียหรือขัดแย้งทางผลประโยชน์กับการตรวจสอบข้อมูล แต่สำหรับคลินิกขนาดเล็กที่ไม่มีฝ่ายกฎหมายหรือฝ่ายไอทีเฉพาะทาง การเลือกใช้ Outsourced DPO จะช่วยลดความเสี่ยงและคุ้มค่าใช้จ่ายมากกว่า
A:ยังต้องดำเนินการร่วมด้วย แม้จะจ้างผู้เชี่ยวชาญภายนอก แต่คลินิกยังคงต้องจัดให้มีระบบประสานงานภายในที่ชัดเจน มีการแต่งตั้งตัวแทนรับเรื่อง (Contact Point) เพื่อส่งต่อข้อมูลให้กับ DPO ภายนอก และผู้บริหารระดับสูงต้องให้การสนับสนุน มอบอำนาจ รวมถึงให้ความร่วมมือแก่ DPO ในการเข้าตรวจสอบระบบจัดเก็บข้อมูลสุขภาพของคนไข้ เพื่อให้แผนการคุ้มครองข้อมูลเกิดขึ้นจริง
A:คือการแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งเพียงเพราะความ "สะดวก" หรือเลือกจาก "คนคุ้นเคย" ภายในคลินิก โดยไม่ได้พิจารณาเรื่องคุณสมบัติ ความรู้ความเข้าใจ ตลอดจนความเสี่ยงด้าน Conflict of Interest ซึ่งทำให้เมื่อเกิดเหตุข้อมูลคนไข้รั่วไหล DPO ในนามเหล่านี้จะไม่สามารถช่วยระงับเหตุหรือบริหารจัดการสิทธิทางกฎหมายได้อย่างถูกต้อง
หัวใจสำคัญของการเลือก DPO สำหรับธุรกิจคลินิกไม่ใช่การพิจารณาว่ารูปแบบใดดีที่สุด แต่คือ “ประสิทธิภาพในการทำงานได้จริงและความเป็นอิสระในการตรวจสอบ” ไม่ว่าคลินิกจะเลือกพัฒนา DPO จากบุคลากรภายใน หรือเลือกใช้บริการ Outsourced DPO จากภายนอก สิ่งที่ผู้บริหารต้องให้ความสำคัญสูงสุดคือการจัดสรรทรัพยากร เวลา และเปิดโอกาสให้ผู้รับหน้าที่ได้ทำงานอย่างเป็นกลาง เพื่อให้การคุ้มครองข้อมูลสุขภาพของคนไข้เป็นไปอย่างปลอดภัยและถูกต้องตามมาตรฐานกฎหมายอย่างแท้จริง
เผยแพร่: 12 มิถุนายน 2569
อัปเดตล่าสุด: 12 มิถุนายน 2569
ช่องทางติดต่อ:
Facebook: PDPA Thailand
Line OA: @pdpathailand
Email: [email protected]
Website: www.pdpathailand.com





