เผยแพร่วันที่ : วันที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2566
ผู้เขียน : พัชราพรรณ โพธิบัณฑิต
สถาบัน : มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
หัวข้อ : ปัญหาการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ถึงแก่กรรม
ในปัจจุบัน เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทอย่างมากกับการใช้ชีวิตของมนุษย์จนทำให้เกิด การเชื่อมโยงข้อมูลทั่วโลก และหนึ่งในนั้นคือข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งความสำคัญของข้อมูลส่วนบุคคล มิใช่มีเพียงแค่การระบุตัวตนของบุคคลนั้นเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงสิทธิในการเข้าถึงข้อมูล การรักษา และจัดเก็บข้อมูล รวมไปถึงการนำข้อมูลไปประมวลผลเพื่อใช้ในด้านต่าง ๆ เช่น ทางเศรษฐกิจ การเงิน สังคม การศึกษา หรือทางการแพทย์เป็นต้น ซึ่งทำให้เกิดการพัฒนาต่อยอดได้หลากหลาย แขนง จึงมีข้อน่าพิเคราะห์ว่า เมื่อผู้เป็นเจ้าของข้อมูลถึงแก่กรรมแล้ว ข้อมูลส่วนบุคคลได้รับการ คุ้มครองจากกฎหมายไทยอย่างเพียงพอหรือไม่ รวมถึงสิทธิในการเข้าถึง ควรตกเป็นทรัพย์มรดก แก่ทายาทหรือไม่จึงเป็นที่มาของจุดประสงค์การศึกษาในการค้นคว้าอิสระฉบับนี้ โดยปกติแล้วหากเป็นข้อมูลในการครอบครองของรัฐ ตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสาร ของราชการ พ.ศ. 2540 “ข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล” กำหนดให้หมายความรวมถึงข้อมูลข่าวสาร เกี่ยวกับสิ่งเฉพาะตัวของผู้ถึงแก่กรรมแล้วด้วย พร้อมทั้งเปิดช่องให้มีการสืบสิทธิของผู้ถึงแก่กรรม โดยผู้ทรงสิทธิสามารถทำพินัยกรรมเผื่อตายกำหนดบุคคลที่จะเป็นผู้รับแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมการ ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล การให้ความยินยอม และเป็นผู้ใช้สิทธิในการเข้าถึง แก้ไข เปลี่ยนแปลง ลบ หรือแม้กระทั่งใช้สิทธิอุทธรณ์โต้แย้งกรณีถูกปฏิเสธสิทธิแทนตนต่อไปได้แต่กลับกันคำนิยาม “ข้อมูล ส่วนบุคคล”ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562กำหนดเพียงว่าเป็นข้อมูลเกี่ยวกับ บุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรม โดยเฉพาะ ซึ่งการบัญญัติไว้ดังกล่าว ส่งผลให้ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ถึงแก่กรรมมิได้รับการคุ้มครองตาม พระราชบัญญัตินี้แต่อย่างใดดังนั้น เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ถึงแก่กรรม ซึ่งโดยหลักแล้วสิทธิและศักดิ์ศรีในความเป็นมนุษย์ควรได้รับความเคารพแม้ว่าบุคคลนั้นจะถึงแก่กรรม ไปแล้วก็ตาม และควรให้ความเคารพต่อข้อมูลส่วนบุคคลที่ระบุหรืออาจระบุตัวตนของบุคคลธรรมดาโดยไม่ต้องคำนึงว่าบุคคลดังกล่าวถึงแก่กรรมไปแล้วหรือไม่ จึงควรแก้ไขนิยามในมาตรา 6 ของ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ส่วนสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลถือเป็นสิทธิประเภทหนึ่งที่เป็นสิทธิเฉพาะตัว นำไปสู่ คำถามว่าสิทธิเหล่านี้ควรตกเป็นทรัพย์มรดก เฉกเช่นสิทธิประเภทอื่นหรือไม่ เนื่องจากหากผู้ใดมีสิทธิ ในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลแล้ว จะเป็นผู้มีสิทธิครอบครองข้อมูลเหล่านั้นได้การไหลเวียนของ ข้อมูลอยู่ในโลกออนไลน์ง่ายต่อการถูกโจรกรรมข้อมูล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเว็บไซต์ซึ่งเป็นที่นิยมมาก ที่สุดอย่างเฟซบุ๊ก ปัญหาที่พบในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดขึ้น คือ ระบบรักษาความ ปลอดภัยของเฟซบุ๊กที่มีข้อมูลผู้ใช้งานรั่วไหล จนเกิดเป็นคดีฟ้องร้องกันในต่างประเทศดังเช่นเป็นคดีที่ ประเทศเยอรมนีกรณีแม่ได้ต่อสู้กับเฟซบุ๊กเป็นคดีในศาล หลังจากลูกสาววัย 15 ปีได้เสียชีวิตเมื่อปี 2555 จากอุบัติเหตุรถไฟใต้ดินนั้น ซึ่งการที่ศาลมองว่าไม่สามารถยืนยันได้ว่าเฟซบุ๊กมีความมั่นคง ปลอดภัยในการจัดเก็บข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมได้ดีเพียงพอ และได้ตัดสินว่าควรให้สิทธิในการเข้าถึง ควรตกทอดเป็นมรดกแก่ทายาท เฟซบุ๊กจึงได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานเกี่ยวกับการจัดเก็บข้อมูล ส่วนบุคคลหลังจากผู้ใช้งานถึงแก่กรรมไปแล้ว ซึ่งผู้ใช้สามารถเลือกที่จะแต่งตั้งผู้สืบทอดบัญชีเพื่อดูแล บัญชีที่เก็บไว้เป็นอนุสรณ์หรือลบบัญชีของเราออกจากเฟซบุ๊กได้อย่างถาวร และการที ่เฟซบุ๊กได้ จัดการให้มีการกำหนดได้ว่าผู้ใช้งานสามารถเลือกที่จะแต่งตั้งผู้สืบทอดบัญชีเพื่อดูแลบัญชีที่เก็บไว้เป็น อนุสรณ์หรือลบบัญชีออกจากเฟซบุ๊กได้อย่างถาวร ถือเป็นสัญญาอย่างหนึ่งกับเจ้าของผู้ถึงแก่กรรม ซึ่งเฟซบุ๊กต้องปฏิบัติตามเจตนารมณ์ของผู้ถึงแก่กรรมเฉกเช่นข้อกำหนดเผื่อตายด้วย จึงถือได้ว่าอาจ นำมาเป็นบรรทัดฐานให้แก่การตัดสินคดีของศาลไทยได้ซึ่งได้มีการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ถึงแก่กรรม ถือเป็นข่าวโด่งดังในกรณีของนักแสดงสาว โดยมีผู้เข้าถึงเฟซบุ๊กของเธอหลังจากเสียชีวิต และทำการ โพสต์ภาพบุคคล รวมถึงข้อความต่าง ๆ อันเป็นการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลโดยมิชอบ เนื่องจากไม่ได้ รับความยินยอมจากผู้เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล แม้ว่าเจตนาหรือวัตถุประสงค์จะเป็นประการใด ก็ตามแต่ถือเป็นการกระทำที่มิชอบด้วยกฎหมายแล้ว ดังนั้น จึงต้องคำนึงถึงการคุ้มครองข้อมูลส่วน บุคคลของผู้ถึงแก่กรรมเป็นสำคัญ สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลจึงควรจำกัดเฉพาะที่จำเป็น เช่น เพื่อประโยชน์ในทางคดีของผู้ถึงแก่กรรม โดยหากข้อมูลส่วนบุคคลมิใช่ในการครอบครองของรัฐแล้วไซร้ ควรมีการร้องขอเป็นคดีสู่ศาลเพื่อให้เป็นตามบรรทัดฐานเดียวกัน เนื่องจากข้อมูลส่วนบุคคลควรเป็น ความลับเฉพาะผู้เป็นเจ้าของข้อมูลเท่านั้นที่จะมีสิทธิเข้าถึง ดังนั้น ประเทศไทยควรปรับใช้กฎหมายในลักษณะที่ก่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้ถึงแก่กรรมและควร นำหลักเกณฑ์ทฤษฎีหรือกรณีศึกษาจากต่างประเทศที่ได้มีการตัดสินคดีดังกล่าวแล้วมารองรับการตัดสินคดี ในไทยและการพิจารณาควรขึ้นอยู่กับเจตนารมณ์หลักของผู้ถึงแก่กรรม เพื่อเป็นหลักในการพิจารณา ตัดสินคดีและเพื่อไม่ให้เป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของผู้ถึงแก่กรรม เนื่องจากเรื่องการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ยังถือเป็นเรื่องใหม่ของตามบริบทของสังคมไทย ซึ่งต้อง ทำการศึกษาเพื่อบูรณาการทางด้านวิชาการกฎหมายต่อไป
Link เนื้อหา : https://ethesisarchive.library.tu.ac.th/thesis/2022/TU_2022_6301031115_16331_23405.pdf





