pakkapol.ke

[post-views]

pakkapol.ke
pakkapol.ke

เผยแพร่วันที่ : 2563

ผู้เขียน : นางสาวจตุพร บุญเหมย

สถาบัน : มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

 

หัวข้อ : ผลกระทบจากพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ที่มีต่อธุรกิจธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทย

การวิจัยเรื่องผลกระทบจากพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ที่มี ต่อธุรกิจธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทย มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อปัจจัยใน ด้านต่าง ๆ ขององค์กร และศึกษาถึงแนวทางการบริหารจัดการองค์กรเพื่อตอบสนองต่อการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมาย รวมถึงแนวทางการพัฒนาการบริหารองค์กรภายใต้การปฏิบัติตาม ข้อบังคับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 โดยใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) เก็บข้อมูลผ่านการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) ผู้บริหารและ เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของธนาคารพาณิชย์ นอกจากนี้ยังมีการ สัมภาษณ์เชิงลึกกับ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านกฎหมาย ผู้เชี่ยวชาญทางด้านบริการจัดการข้อมูล และ หน่วยงานกำกับดูแล ผลการศึกษาพบว่า พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ส่งผลกระทบต่อภาค ธุรกิจธนาคารพาณิชย์ทั้งในภาพรวมของอุตสาหกรรมและในระดับองค์กร โดยในภาพรวมของ อุตสาหกรรมเป็นการเพิ่มโอกาสการแข่งขันในระดับสากล เสริมสร้างความเชื่อมั่นและความแข็งแกร่ง ให้กับภาคธุรกิจ และคุณภาพของข้อมูลส่วนบุคคลที่เพิ่มขึ้นซึ่งเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหาร จัดการข้อมูลของธนาคารในยุคปัจจุบันแต่อย่างไรก็ตามกฎหมายก็อาจเป็นอุปสรรคในการพัฒนาภาค ธุรกิจหากเกิดการสร้างมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลโดยบริษัทใหญ่ในตลาดที่ส่งผลกระทบ ต่อผู้เล่นขนาดกลางและขนาดเล็กรวมถึงการใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลที่ไม่เหมาะสม ในระดับองค์กร นั้นกฎหมายได้ส่งผลกระทบทำให้ต้นทุนในการบริหารจัดการข้อมูลเพิ่มสูงขึ้นจากต้นทุนในการปฏิบัติ ตามกฎหมาย (Compliance Cost) ซึ่งเกิดจากการที่บริษัทต้องมีการปรับโครงสร้างองค์กร ทบทวน และปรับปรุงกระบวนการทำงานทั่วทั้งองค์กร พนักงานในองค์กรต้องรับภาระงานเพิ่มหรือต้องมีการสรรหาพนักงานใหม่ รวมถึงมีการอบรมให้ความรู้แก่พนักงานและเพิ่มทักษะด้านการใช้ข้อมูล (Data Literacy) นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงและลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อรองรับการปฏิบัติตาม กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ในขณะเดียวกันแม้ว่าลูกค้าจะได้รับสิทธิในการคุ้มครองข้อมูลส่วน บุคคลแต่ก็ต้องแลกกับค่าบริการที่เพิ่มขึ้นในรูปแบบของต้นทุนแฝงจากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่เพิ่มขึ้น หรือปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากเพื่อที่ธนาคารจะสามารถชดเชยต้นทุนที่จ่ายไปเพื่อการปฏิบัติตาม กฎหมาย สำหรับแนวทางการบริหารจัดการองค์กรเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการปฏิบัติตาม กฎหมายควบคู่กับการดำเนินธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพนั้นต้องมีการบริหารจัดการทั้งปัจจัยภายใน และภายนอกองค์กร ปัจจัยภายในองค์กรมีองค์ประกอบสำคัญ 3 องค์ประกอบ ได้แก่ คน (People) กระบวนการ (Process) และเทคโนโลยี (Technology) ซึ่งบริษัทจะต้องบริหารทุกองค์ประกอบให้มี ความสอดคล้องกันและเป็นไปตามกลยุทธ์และนโยบายขององค์กร ส่วนในมุมของลูกค้าการสื่อสาร เป็นเรื่องที่สำคัญองค์กรจะต้องสื่อสารให้ลูกค้าตระหนักถึงการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและให้ลูกค้า รู้สึกถึงประโยชน์ของการให้ความยินยอม รวมถึงสื่อสารเรื่องมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการให้ข้อมูลแก่บริษัทด้วย เช่นเดียวกันกับแนวทางการพัฒนาองค์กรเพื่อ ตอบรับการปฏิบัติตามกฎหมายการสื่อสารเป็นสิ่งสำคัญที่ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนต้องร่วมมือกันให้ ความรู้และสร้างความตระหนักรู้ (Awareness) เกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่ผู้บริโภค และพนักงานภายในองค์กร อีกทั้งในภาคธุรกิจธนาคารต้องจัดทำแนวทางการปฏิบัติงาน (Industry Guidelines) เพื่อเป็นมาตรฐานและแนวทางการปฏิบัติงานที่ชัดเจน รวมถึงองค์กรต้องมีการควบคุม ติดตาม และประเมินผลการปฏิบัติงานหลังมีการปรับใช้กฎหมายอย่างเต็มรูปแบบเพื่อปรับปรุง กระบวนงานอย่างต่อเนื่อง ข้อเสนอแนะจากการศึกษาเพื่อสนับสนุนให้การบริหารจัดการองค์กรภายใต้การปฏิบัติ ตามกฎหมายมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากการออกแบบกระบวนการทำงานให้เป็นไปตามที่ กฎหมายกำหนดแล้วองค์กรควรศึกษาถึงความคาดหวังของผู้บริโภคต่อการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อนำมาปรับปรุงกระบวนการอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการสื่อสารเรื่องการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล อย่างสม่ำเสมอ

 

Link เนื้อหา : https://ethesisarchive.library.tu.ac.th/thesis/2020/TU_2020_6202030927_12932_13395.pdf

dpo in action อบรม pdpa dpo
DPOinActionรุ่น19 1200x300

coloktoto

toto

coloktoto