pakkapol.ke

[post-views]

pakkapol.ke
pakkapol.ke

ประกาศพ้นสภาพพนักงานลงโซเชียล: ปกป้องบริษัท หรือ ละเมิดสิทธิผู้อื่น? เจาะลึกมุมมอง G-R-C จากผู้ตรวจสอบ PDPA

ตอนที่ 5: โดย ดร.ณัฏฐ์ ธนวนกุล
วิทยากรหลักสูตรผู้ตรวจประเมิน DPAC
กรรมการและประธานฝ่ายพัฒนามาตรฐานวิชาชีพ สมาคม TPDPA 

ในฐานะ ผู้ตรวจประเมินด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA Auditor) ผมมักพบกรณีที่องค์กรมีความต้องการปกป้องผลประโยชน์ของตนเองจากการที่พนักงานพ้นสภาพการทำงาน แต่บ่อยครั้งที่วิธีการ “แจ้งให้ทราบ” กลายเป็นการ “ละเมิดสิทธิ” ของผู้อื่นโดยไม่ตั้งใจ
การโพสต์ประกาศพ้นสภาพพนักงานพร้อมข้อมูลส่วนบุคคลในโซเชียลมีเดียสาธารณะ จึงเป็นประเด็นที่ต้องได้รับการปรับปรุงทั้งในแง่ของ ธรรมาภิบาลข้อมูล และ การควบคุมความเสี่ยง
ขอให้มุมมองด้าน G-R-C (Governance-Risk-Control) ดังนี้

  1. การกำกับดูแล (Governance) และฐานทางกฎหมาย

การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงานภายหลังจากพ้นสภาพแล้ว องค์กรต้องยึดถือ หลักความโปร่งใส และ ฐานทางกฎหมายที่ชัดเจน

  • ข้อผิดพลาดทั่วไป

องค์กรมักเข้าใจผิดว่าการที่พนักงานเคยเป็นคนของบริษัท ทำให้บริษัทมี อำนาจเบ็ดเสร็จ ในการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของเขาอย่างไรก็ได้ในอนาคต

  • ฐานความชอบธรรม

การอ้างฐาน “ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย” (Legitimate Interests) จำเป็นต้องมีการทำ การทดสอบความได้สัดส่วน (Balancing Test) เพื่อพิสูจน์ว่าผลประโยชน์ของบริษัทสำคัญกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานของอดีตพนักงานจริงหรือไม่ ซึ่งการประกาศประจานในพื้นที่สาธารณะ แทบจะไม่ผ่านการทดสอบนี้เลย

  1. การวิเคราะห์ความเสี่ยง (Risk Assessment)

จากมุมมองของผู้ตรวจประเมิน โพสต์ที่ระบุ ชื่อ-นามสกุล และ รูปภาพหน้าตรง ในที่สาธารณะถือเป็น

 “ความเสี่ยงระดับสูง” (High Risk) ต่อสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูล

  • ความเสียหายต่อชื่อเสียง

ข้อมูลที่ถูกเผยแพร่ในวงกว้างอาจส่งผลกระทบต่อ โอกาสในการจ้างงานใหม่ ของอดีตพนักงาน และเป็นการทำลายเกียรติยศอย่างเกินสมควร

  • ความเสี่ยงทางกฎหมายขององค์กร

การกระทำลักษณะนี้ไม่เพียงแต่ขัดต่อ PDPA แต่ยังอาจนำไปสู่ คดีหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ซึ่งเป็นความเสี่ยงทางอาญาที่บริษัทต้องแบกรับ

  1. การควบคุมและแนวปฏิบัติที่เหมาะสม (Internal Control)

เพื่อให้เกิด ความสอดคล้อง (Compliance) องค์กรควรเปลี่ยนผ่านสู่แนวปฏิบัติที่รัดกุมกว่าเดิม ดังนี้

  • หลักความจำเป็น (Data Minimization)

หากต้องแจ้งลูกค้า ให้แจ้งเท่าที่จำเป็นเท่านั้น เช่น แจ้งผ่าน ช่องทางเฉพาะกลุ่ม (อีเมล/LINE Official Account) โดยไม่ต้องเปิดเผยภาพถ่ายที่ดูเหมือนการประกาศจับ

  • การประเมินผลกระทบ (DPIA)

ก่อนการสื่อสารใด ๆ ที่อาจกระทบต่อบุคคลภายนอก องค์กรควรทำ แบบประเมินผลกระทบด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPIA) เพื่อหาจุดที่สมดุลระหว่าง “การปกป้องธุรกิจ” และ “การเคารพสิทธิส่วนบุคคล”

  • การคัดค้านจากเจ้าของข้อมูล

องค์กรต้องมีช่องทางให้เจ้าของข้อมูล คัดค้าน หรือ ขอให้ลบข้อมูลออกจากพื้นที่สาธารณะทันที หากพบว่าการประกาศนั้นสร้างความเสียหาย

บทสรุปจากผู้ตรวจประเมิน

ธรรมาภิบาลข้อมูลที่ดี (Data Governance) ไม่ได้หมายถึงการรักษาผลประโยชน์ขององค์กรเพียงอย่างเดียว แต่หมายถึง การรักษาสมดุลของความถูกต้องตามกฎหมายและจริยธรรม

องค์กรที่น่าเชื่อถือควรสื่อสารการพ้นสภาพของพนักงานอย่าง เป็นทางการ และ เป็นธรรม — ไม่ใช่การใช้พื้นที่สาธารณะเป็นเครื่องมือในการกดดันหรือประจาน

เพราะในท้ายที่สุด “ต้นทุนของความเสี่ยง” ที่เกิดจากการละเมิด PDPA นั้น สูงกว่าผลประโยชน์ทางธุรกิจที่องค์กรพยายามจะรักษาไว้อย่างเทียบไม่ได้ ครับ

แหล่งที่มา >> https://web.facebook.com/share/p/184P3S8CeX/

อยากตรวจประเมิน PDPA แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง
หลักสูตร “ผู้ตรวจประเมินการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” Data Protection Auditor Certification (DPAC) รุ่นที่ 5

เผยแพร่: 4 สิงหาคม 2569
อัปเดตล่าสุด: 4 สิงหาคม 2569

ช่องทางติดต่อ:
Facebook: PDPA Thailand
Line OA: @pdpathailand
Email: [email protected]
Website: www.pdpathailand.com

dpo in action อบรม pdpa dpo
DPOinActionรุ่น19 1200x300