jinnapada si

[post-views]

jinnapada si
jinnapada si

คำชี้แจง

คำชี้แจง : กรณีศึกษานี้เขียนสำหรับเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO) และผู้ปฏิบัติงานด้าน PDPA

คอมพิวเตอร์มือสองราคา 1,500 บาทมีไฟล์เอกสารขอสินเชื่อรถยนต์ของลูกค้ากว่า 14,000 ไฟล์ เมื่อหน่วยงานกำกับขอดูบันทึกรายการกิจกรรมการประมวลผล บริษัทส่งแฟ้มที่มีข้อมูลครบเพียง 12 สาขาจาก 23 สาขา

วิธีใช้ : อ่านเรื่องเล่าและลำดับเหตุการณ์แล้วลองวิเคราะห์ว่า ทำไม DPO ที่ทำงานหนักที่สุดคนหนึ่งในองค์กรจึงมีแฟ้มที่ครึ่งหนึ่งว่างเปล่า ก่อนอ่านส่วนผลที่ตามมาและประเด็นกฎหมาย

กรณีศึกษาจำลองเพื่อการศึกษา ชื่อองค์กร บุคคล และเหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเรื่องสมมติ

ตารางเปล่าในแฟ้มสีเขียว

คืนวันเสาร์ในหอพักนักศึกษา

ต้นกล้าซื้อคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะเครื่องนั้นจากร้านรับซื้อของเก่าหน้ามหาวิทยาลัย ราคา 1,500 บาท เขาต้องการแค่เครื่องที่เปิดโปรแกรมเขียนแบบได้ เพื่อส่งงานวันจันทร์

ฮาร์ดดิสก์ไม่ได้ถูกล้าง หน้าจอเต็มไปด้วยโฟลเดอร์ที่ตั้งชื่อเป็นวันที่ ข้างในเป็นไฟล์สแกนบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน สลิปเงินเดือน และสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ มุมบนของทุกสัญญามีโลโก้ ศิลาทองยานยนต์ สาขานครราชสีมา

เขานับคร่าว ๆ ได้กว่าหนึ่งหมื่นสี่พันไฟล์

ต้นกล้าโพสต์ภาพหน้าจอรายชื่อโฟลเดอร์ลงเฟซบุ๊ก เขาเบลอชื่อทุกชื่อ พร้อมข้อความว่า 

          “ซื้อคอมมือสองมา เจอเอกสารลูกค้าบริษัทรถเต็มเครื่อง ควรทำยังไงดีครับ” ภายในสองวัน โพสต์นั้นถูกแชร์กว่าสามพันครั้ง ความคิดเห็นที่ถูกดันขึ้นไปบนสุดเขียนว่า “ขายต่อไหมครับ ให้หมื่นนึง”

เช้าวันจันทร์ สุนันทา เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเครือบริษัท ศิลาทองยานยนต์ จำกัด ซึ่งมีโชว์รูมและศูนย์บริการ 23 สาขา เปิดแฟ้มสีเขียวบนโต๊ะทำงาน แฟ้มนั้นเป็นบันทึกรายการกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของทั้งเครือ เธอเปิดไปที่หน้าสาขานครราชสีมา

กลับพบว่าตารางในหน้านั้นว่างเปล่า

 

ย้อนไปสามปีก่อน

วันแรกของสุนันทาในตำแหน่ง DPO เธอเคยเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายกำกับดูแลการปฏิบัติงานมาหกปี ผู้บริหารเลือกเธอเพราะ “ละเอียดและไม่เคยบ่น” ห้องทำงานของ DPO คือโต๊ะหนึ่งตัวในมุมของฝ่ายกฎหมาย ไม่มีผู้ช่วย ไม่มีงบประมาณแยก

เธอซื้อแฟ้มสีเขียวด้วยเงินตัวเอง พิมพ์ตารางบันทึกรายการ 23 ชุด หนึ่งชุดต่อสาขา แล้วส่งอีเมลขอให้ผู้จัดการสาขากรอก ภายในสามเดือน ตารางถูกกรอกกลับมา 9 ชุด

ปีที่สอง สุนันทาขับรถไปเยี่ยมสาขาที่ใกล้ที่สุดด้วยตัวเองในวันหยุด จึงได้เพิ่มมาอีก 3 ชุด สาขาที่เหลือส่วนใหญ่อยู่ห่างกรุงเทพฯ เกินสามร้อยกิโลเมตร

ปีที่สาม เดือนที่แปด สาขานครราชสีมาปรับปรุงศูนย์บริการ สมพงษ์ ผู้จัดการสาขา สั่งให้ขนคอมพิวเตอร์เก่าทั้ง 14 เครื่องออกจากห้องเก็บเอกสาร

         “ขายให้ร้านรับซื้อของเก่าไปเลย ได้เงินเข้ากองทุนสวัสดิการพนักงาน”

พนักงานคนหนึ่งถามว่าต้องลบข้อมูลก่อนไหม สมพงษ์คิดอยู่ครู่หนึ่ง “ก็ลบไฟล์ในเดสก์ท็อปออกหน่อยแล้วกัน”

ไม่มีใครในสาขารู้ว่ามีขั้นตอนการทำลายข้อมูลที่ต้องทำตาม เพราะไม่เคยมีใครเขียนมันขึ้นมา

สัปดาห์ที่ต้นกล้าโพสต์ ศิลาทองยานยนต์ติดต่อขอซื้อคอมพิวเตอร์เครื่องนั้นคืนภายในวันเดียว และแจ้งเหตุต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ภายใน 72 ชั่วโมง แต่คอมพิวเตอร์อีก 13 เครื่องที่ถูกขายต่อไปแล้ว ทางร้านจำไม่ได้ว่าขายให้ใคร

ลำดับเหตุการณ์

ลำดับเวลา

เหตุการณ์

ผู้รับทราบเหตุการณ์

DPO รับทราบหรือไม่

สามปีก่อน

สุนันทาส่งตารางบันทึกรายการให้ 23 สาขา ได้กลับมา 9 ชุด

ผู้จัดการสาขา

ทราบ

ปีที่สอง

เยี่ยมสาขาด้วยตัวเอง ได้เพิ่ม 3 ชุด รวม 12 ชุด

สาขาที่เยี่ยม

ทราบ

ปีที่สาม
เดือนที่แปด

สาขานครราชสีมาขายคอมพิวเตอร์เก่า 14 เครื่อง
โดยลบเพียงไฟล์บนเดสก์ท็อป

ผู้จัดการสาขา

ไม่ทราบ

คืนวันเสาร์

ต้นกล้าพบไฟล์ลูกค้า 14,000 ไฟล์ และโพสต์ในเฟซบุ๊ก

สาธารณะ

ไม่ทราบ

เช้าวันจันทร์

DPO เปิดแฟ้มบันทึกรายการ พบหน้าสาขานครราชสีมาว่างเปล่า

DPO

ทราบ

ภายใน 72 ชั่วโมง

ซื้อเครื่องคืนหนึ่งเครื่อง แจ้งเหตุต่อ สคส. อีก 13 เครื่องตามไม่ได้

ทั้งองค์กร

ทราบ

ผลที่ตามมา

คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญขอเอกสารสองอย่าง นโยบายการทำลายข้อมูล และบันทึกรายการกิจกรรมการประมวลผลของทั้งเครือ บริษัทไม่มีนโยบายการทำลายข้อมูล และบันทึกรายการมีข้อมูลครบเพียง 12 สาขาจาก 23 สาขา

ลูกค้าสาขานครราชสีมาหลายสิบรายเริ่มได้รับโทรศัพท์จากคนที่อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ไฟแนนซ์ บอกว่ามียอดค้างชำระ ลูกค้ากลุ่มหนึ่งยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหาย ธนาคารพันธมิตรด้านสินเชื่อเช่าซื้อส่งหนังสือขอให้ชี้แจงมาตรการคุ้มครองข้อมูลภายในสามสิบวัน

ในการประชุมคณะกรรมการบริษัท ประธานกรรมการถามว่า “เรามี DPO มาสามปี ทำไมบันทึกรายการยังไม่เสร็จ” ผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมายตอบว่า DPO ทำงานคนเดียว สาขาไม่ให้ความร่วมมือ และขอบเขตงานใหญ่เกินกำลัง ดูเหมือนเรื่องจะจบที่ว่า DPO ขาดทรัพยากร

คำถามในห้องประชุม

คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญเชิญสุนันทาไปให้ข้อเท็จจริงด้วยตัวเอง กรรมการคนหนึ่งพลิกแฟ้มสีเขียวผ่านหน้าที่ว่างเปล่าช้า ๆ

          “คุณทำงานนี้คนเดียวมาสามปี มี 23 สาขา ไม่มีงบ ไม่มีผู้ช่วย”

          “ใช่ค่ะ”

          “คุณเคยขอทรัพยากรเพิ่มจากผู้บริหารกี่ครั้ง”

สุนันทาเงียบไปนาน นานจนเจ้าหน้าที่ที่จดบันทึกเงยหน้าขึ้นมา

          “ไม่เคยค่ะ”

          “ทำไมครับ”

          “DPO คนแรกของบริษัทคือคุณเกรียงไกรค่ะ” เธอพูดเสียงเบา “ปีแรกเขาเสนอขอทีมสามคนกับงบตรวจสาขา สองเดือนต่อมาเขาได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้จัดการสาขาแม่สอด ทุกคนเรียกว่าการเลื่อนตำแหน่ง แต่ไม่มีใครอยากได้ตำแหน่งนั้น”

          เธอมองแฟ้มบนโต๊ะ “ดิฉันคิดว่า ถ้าทำเองได้ ก็ไม่ต้องขอ”

ทุกคนในศิลาทองยานยนต์เชื่อว่า DPO ขาดทรัพยากรเพราะบริษัทไม่ให้ ความจริงคือบริษัทไม่เคยต้องปฏิเสธเธอ เพราะเธอเรียนรู้จากคนก่อนหน้าแล้วว่าการขอมีราคาเท่าไร

ประเด็นทางกฏหมาย

ประเด็น

หน้าที่ตามกฎหมาย

ข้อเท็จจริงในกรณีนี้

บทที่เกี่ยวข้อง

มีบันทึกรายการครบถ้วนหรือไม่

มาตรา 39 วรรคหนึ่ง ผู้ควบคุมข้อมูลต้องบันทึกรายการเกี่ยวกับการประมวลผลอย่างน้อยตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อให้เจ้าของข้อมูลและ สคส. ตรวจสอบได้

บันทึกรายการครบ 12 สาขาจาก 23 สาขา สาขาที่เกิดเหตุไม่มีข้อมูลเลย

ปรับทางปกครองไม่เกิน 1 ล้านบาท (มาตรา 82)

มีมาตรการความมั่นคงปลอดภัยและระบบลบทำลายหรือไม่

มาตรา 37(1) มาตรการที่เหมาะสม และมาตรา 37(3) ระบบตรวจสอบเพื่อลบหรือทำลายข้อมูลเมื่อพ้นระยะเวลาเก็บรักษาหรือเกินความจำเป็น

ไม่มีนโยบายทำลายข้อมูล คอมพิวเตอร์ถูกขายโดยลบเพียงไฟล์บนเดสก์ท็อป

ปรับทางปกครองไม่เกิน 3 ล้านบาท (มาตรา 83)

สนับสนุนให้ DPO ทำงานได้จริงหรือไม่

มาตรา 42 วรรคสอง ต้องจัดหาเครื่องมือหรืออุปกรณ์อย่างเพียงพอ และอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงข้อมูล

DPO ดูแล 23 สาขาคนเดียว ไม่มีงบประมาณ และไม่มีคำสั่งให้สาขาส่งข้อมูล

ปรับทางปกครองไม่เกิน 1 ล้านบาท (มาตรา 82)

แจ้งเหตุทันเวลาหรือไม่

มาตรา 37(4)

แจ้งภายใน 72 ชั่วโมงหลังทราบจากโพสต์

ข้อนี้บริษัททำได้ถูกต้อง

ใครต้องชดใช้

มาตรา 77 และ 78

คอมพิวเตอร์อีก 13 เครื่องยังตามคืนไม่ได้ คดียังอยู่ระหว่างพิจารณา

ความรับผิดทางแพ่ง

หัวข้อ

มาตรา 42 วรรคสองเป็นหน้าที่ของผู้ควบคุมข้อมูล ไม่ใช่สิทธิที่ DPO ต้องร้องขอ การที่ DPO ไม่เคยขอ ไม่ได้ทำให้องค์กรพ้นหน้าที่จัดหาเครื่องมือและทรัพยากร แต่การที่ DPO ไม่เคยรายงานช่องว่าง ทำให้ผู้บริหารอ้างได้ว่าไม่ทราบ

การย้าย DPO คนก่อนอาจเป็นประเด็น มาตรา 42 วรรคสามห้ามให้ DPO ออกจากงานหรือเลิกจ้างเพราะปฏิบัติหน้าที่ การโยกย้ายไม่ใช่การให้ออกโดยตรง แต่พฤติการณ์เช่นนี้อาจถูกนำมาพิจารณาประกอบว่าองค์กรสนับสนุน DPO จริงหรือไม่

ข้อยกเว้นการทำบันทึกรายการ มาตรา 39 มีวรรคที่เกี่ยวกับการยกเว้นสำหรับผู้ควบคุมข้อมูลบางขนาดตามที่คณะกรรมการประกาศ ต้องตรวจตัวบทและประกาศก่อนใช้กรณีนี้อ้างอิง 

          อ้างได้กรณี มาตรา 39 ความใน (1) (2) (3) (4) (5) (6) และ (8) อาจยกเว้นมิให้นำมาใช้บังคับกับผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นกิจการขนาดเล็กตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด กิจการขนาดเล็ก คือวิสาหกิจขนาดย่อมหรือกลาง (SMEs) ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริม SMEs ธุรกิจค้าส่ง ค้าปลีก หรือบริการ: พนักงานไม่เกิน 100 คน และรายได้ไม่เกิน 300 ล้านบาทต่อปี)

          อ้างไม่ได้กรณี ตามมาตรา 41 (1) (2) หรือ (3) เป็นองค์กรที่เข้าเกณฑ์ต้องแต่งตั้ง DPO หากมีการประมวลผลข้อมูลเกิน 100,000 รายเข้าเกณฑ์ DPO ก็จะขัดกับข้อนี้และต้องทำ RoPA เช่นกัน 

ต้องพิจารณธุรกิจศิลาทองยานยนต์ว่าเข้าข่ายอยู่ในเกณฑ์ใด ซึ่งข้อเท็จจริงมีเพียง 1 สาขาที่ข้อมูลรั่วไหล คือสาขาศรีราชามี 14,000 (หนึ่งหมื่นสี่พัน)ไฟล์ พบแล้ว 1 เครื่อง อีก 13เครื่องยังไม่พบ

บทเรียนสำหรับ DPO

การที่ DPO ไม่เคยขออะไร ไม่ได้แปลว่า DPO มีทุกอย่างที่ต้องการ

สิ่งที่อยู่นอกเหนืออำนาจของ DPO

  • ผู้บริหารแต่งตั้ง DPO โดยไม่กำหนดงบประมาณหรือทีม
  • ไม่มีคำสั่งจากผู้บริหารให้สาขาต้องส่งข้อมูลให้ DPO
  • การย้าย DPO คนแรกส่งสัญญาณให้ทั้งองค์กรรู้ว่าการขอทรัพยากรมีผลอย่างไร
  • ผู้จัดการสาขาตัดสินใจขายอุปกรณ์โดยไม่มีขั้นตอนให้ทำตาม

สิ่งที่ DPO ทำได้มากกว่านี้

  • รายงานช่องว่างเป็นลายลักษณ์อักษร แจ้งผู้บริหารทุกไตรมาสว่าบันทึกรายการยังขาดกี่สาขา และความเสี่ยงของสาขาที่ไม่มีข้อมูลคืออะไร
  • เขียนนโยบายที่ใช้ได้โดยไม่ต้องมีทีม นโยบายทำลายข้อมูลหนึ่งหน้าไม่ต้องใช้งบประมาณ แต่อาจหยุดการขายคอมพิวเตอร์ 14 เครื่องได้
  • ใช้ช่องทางรายงานตรงเมื่อมีปัญหา มาตรา 42 วรรคสามให้ DPO รายงานผู้บริหารสูงสุดได้โดยตรงเมื่อมีปัญหาในการปฏิบัติหน้าที่

 

บทเรียนหลัก: องค์กรที่ลงโทษคนที่ขอ จะได้ DPO ที่ไม่ขอ และได้แฟ้มที่ไม่มีวันเต็ม

ข้อเสนอแนะเชิงระบบ

ประเด็น

การดำเนินการ

ฝ่ายที่ DPO ร่วมทำงาน

ทรัพยากร DPO

กำหนดงบประมาณและกำลังคนตามขนาดองค์กรและจำนวนสาขา

ผู้บริหารสูงสุด

อำนาจเรียกข้อมูล

ออกคำสั่งให้ทุกหน่วยงานส่งข้อมูลให้ DPO ภายในกำหนดเวลา

ผู้บริหารสูงสุด ผู้จัดการสาขา

การรายงาน

ให้ DPO รายงานความคืบหน้าบันทึกรายการต่อคณะกรรมการทุกไตรมาส

คณะกรรมการบริษัท

การทำลายข้อมูล

มีนโยบายทำลายข้อมูลและอุปกรณ์ที่ใช้ได้ทุกสาขา พร้อมหลักฐานการทำลาย

ฝ่ายไอที ฝ่ายจัดซื้อ

การจำหน่ายอุปกรณ์

ห้ามขายหรือบริจาคอุปกรณ์เก็บข้อมูลโดยไม่มีหลักฐานการทำลายข้อมูล

ฝ่ายบัญชี ผู้จัดการสาขา

วัฒนธรรมองค์กร

ทบทวนว่าการโยกย้าย DPO ที่ผ่านมาส่งสัญญาณอะไรให้คนในองค์กร

ฝ่ายบุคคล คณะกรรมการตรวจสอบ

เช็กลิสต์สำหรับองค์กร

  • DPO มีงบประมาณและกำลังคนที่ระบุไว้ชัด
  • มีคำสั่งผู้บริหารให้หน่วยงานส่งข้อมูลให้ DPO
  • บันทึกรายการครอบคลุมทุกสาขา หรือมีรายงานว่าขาดสาขาใด
  • มีนโยบายทำลายข้อมูลและอุปกรณ์ที่ทุกสาขารู้
  • อุปกรณ์ที่จำหน่ายออกมีหลักฐานการทำลายข้อมูล
  • การโยกย้าย DPO ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการตรวจสอบ

คำถามอภิปราย

  1. ความเงียบที่มีเหตุผล ถ้าสุนันทาขอทีมและงบประมาณ แล้วถูกย้ายเหมือนคุณเกรียงไกร บริษัทก็จะได้ DPO คนใหม่ที่เรียนรู้ว่าไม่ควรขออะไรอีกคน การเงียบของเธอเป็นความผิด หรือเป็นทางเลือกที่มีเหตุผลในองค์กรแบบนี้
  2. เจตนาดีของผู้พบ ต้นกล้าโพสต์ด้วยเจตนาดี แต่โพสต์นั้นทำให้คนอยากซื้อข้อมูลรู้ว่ามันมีอยู่ ถ้าคุณเป็นเขา คุณจะทำอะไรแทน
  3. เจตนาดีของผู้จัดการสาขา สมพงษ์ขายคอมพิวเตอร์เพื่อหาเงินเข้ากองทุนสวัสดิการพนักงาน ความตั้งใจดีควรมีผลต่อการประเมินความผิดของเขาแค่ไหน
  4. ผู้บริหารในอดีต การย้ายคุณเกรียงไกรเกิดขึ้นเมื่อสามปีก่อน ผู้บริหารที่ตัดสินใจเรื่องนั้นควรมีส่วนรับผิดชอบในเหตุครั้งนี้หรือไม่
  5. ขอหรือรายงาน DPO ที่ไม่กล้าขอทรัพยากร ควรหาทางอื่นให้ผู้บริหารรู้ความเสี่ยงอย่างไร
  6. กระจกสะท้อน ในองค์กรของคุณ คนที่เคยขอทรัพยากรเพื่อป้องกันความเสี่ยง ได้รับผลอย่างไร

หมายเหตุการอ้างอิงและแหล่งที่มา

กรณีศึกษาเรื่องถัดไป: “ติ๊กถูกช่องเดียว”

dpo in action อบรม pdpa dpo
DPOinActionรุ่น19 1200x300

coloktoto

toto

coloktoto