คำชี้แจง
กรณีศึกษานี้เขียนสำหรับเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO) และผู้ปฏิบัติงานด้าน PDPA
แอปร้านกาแฟขายข้อมูลตำแหน่งที่ตั้ง “นิรนาม” ของผู้ใช้กว่าสี่แสนคน นักข่าวซื้อมาในราคา 30,000 บาท และระบุตัวเพื่อนร่วมงานได้ภายใน 20 นาที ผู้ใช้ทุกคนติ๊กยินยอมไว้เองในหน้าสมัครสมาชิกที่มีช่องติ๊กเพียงช่องเดียว
วิธีใช้ : อ่านเรื่องเล่าและลำดับเหตุการณ์แล้วลองวิเคราะห์ว่า ใครเป็นคนรวมช่องยินยอมให้เหลือช่องเดียว ก่อนอ่านส่วนผลที่ตามมาและประเด็นกฎหมาย
กรณีศึกษาจำลองเพื่อการศึกษา ชื่อองค์กร บุคคล และเหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเรื่องสมมติ
ติ๊กถูกช่องเดียว
ห้าทุ่มในห้องข่าว
ศุภิสรากำลังสืบเรื่องนายหน้าขายข้อมูลส่วนบุคคล แหล่งข่าวคนหนึ่งเสนอขาย “ข้อมูลการเคลื่อนที่แบบนิรนาม” ของคนกรุงเทพฯ กว่าสี่แสนคน ในราคาเพียง 30,000 บาท
“ไม่มีชื่อ ไม่มีเบอร์ ถูกกฎหมายร้อยเปอร์เซ็นต์ ผู้ใช้ยินยอมเองทุกคน”
ไฟล์ที่ได้มาเป็นตารางตัวเลข รหัสผู้ใช้ พิกัด และเวลา ทุกสิบห้านาที ตลอดหกเดือน เธอลองทดสอบกับบรรณาธิการข่าวเศรษฐกิจที่นั่งโต๊ะติดกัน เธอรู้ว่าเขาอยู่คอนโดไหน และมาถึงสำนักงานกี่โมง
ไม่ถึงยี่สิบนาที เธอเจอรหัสผู้ใช้ที่ออกจากคอนโดนั้นทุกเช้าเจ็ดโมงสี่สิบ แวะที่จุดหนึ่งราวสิบนาที แล้วมาถึงสำนักงานก่อนแปดโมงครึ่ง จุดที่แวะทุกเช้าคือโรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่ง
บรรณาธิการดูหน้าจอนิ่งไปนาน แล้วถามคำถามเดียว “เขาได้ข้อมูลผมมาจากไหน”
ทุกแถวในไฟล์มีคอลัมน์ชื่อ source ค่าเหมือนกันทุกแถว
MR_APP
แอปสมาชิกของ เมล็ดแรก คอฟฟี่ ร้านกาแฟที่มีมากกว่าสองร้อยสาขาทั่วกรุงเทพฯ แอปนั้นอยู่ในหน้าแรกของโทรศัพท์บรรณาธิการ เขาใช้สะสมแต้มทุกเช้า
ย้อนไปสองปีก่อนเหตุการณ์
ทีมพัฒนาแอป ไตรมาสที่สาม เมล็ดแรกเตรียมเปิดตัวแอปเวอร์ชันใหม่ ฟีเจอร์เด่นคือแจ้งเตือนโปรโมชันเมื่อผู้ใช้เดินผ่านสาขาในรัศมี 200 เมตร ซึ่งต้องใช้ตำแหน่งที่ตั้งตลอดเวลา ฝ่ายพัฒนาธุรกิจมีแผนอีกข้อที่ไม่อยู่ในสไลด์เปิดตัว ข้อมูลการเคลื่อนที่แบบ “นิรนาม” ขายให้บริษัทวิเคราะห์ทำเลได้ ประมาณการรายได้ปีละหลายสิบล้าน
อัญชลี เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเมล็ดแรก ได้รับร่างหน้าสมัครสมาชิกมาตรวจ เธอส่งกลับพร้อมความเห็นยาวสองหน้า การขอความยินยอมต้องแยกเป็นเรื่อง ๆ ช่องยอมรับข้อกำหนดการใช้งานต้องแยกจากช่องยินยอมให้ติดตามตำแหน่ง และแยกจากช่องยินยอมให้เปิดเผยแก่บุคคลภายนอก ผู้ใช้ต้องสมัครสมาชิกได้แม้ไม่ได้ติ๊กสองช่องหลัง
กานต์ นักออกแบบประสบการณ์ผู้ใช้ ออกแบบหน้าสมัครใหม่ตามนั้น สามช่องติ๊ก แยกกันชัดเจน
สองสัปดาห์ต่อมา ทีมทดลองหน้าสมัครกับผู้ใช้กลุ่มตัวอย่าง แบบแยกสามช่อง มีผู้ยินยอมให้ติดตามตำแหน่งตลอดเวลา 11 เปอร์เซ็นต์ และยินยอมให้เปิดเผยแก่บุคคลภายนอก 4 เปอร์เซ็นต์
การประชุมสรุปผลการทดลอง ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจดูตัวเลขแล้วส่ายหน้า “สี่เปอร์เซ็นต์ ข้อมูลแค่นี้ขายใครก็ไม่ได้”
สามสัปดาห์ต่อมา แอปเวอร์ชันใหม่เปิดตัว หน้าการสมัครสมาชิกมีช่องติ๊กเพียงช่องเดียว
“ข้าพเจ้ายอมรับข้อกำหนดการใช้งานและนโยบายความเป็นส่วนตัว และยินยอมตามที่ระบุไว้ในนโยบาย”
ใต้ช่องมีลิงก์ตัวสีน้ำเงินไปยังนโยบาย ผู้ใช้กว่าเก้าสิบแปดเปอร์เซ็นต์ติ๊กช่องนั้นโดยไม่เปิดลิงก์
ลำดับเหตุการณ์
ลำดับเวลา | เหตุการณ์ | ผู้รับทราบเหตุการณ์ | DPO รับทราบหรือไม่ |
|---|---|---|---|
สองปีก่อน | DPO ส่งความเห็นสองหน้า ให้แยกความยินยอมเป็นสามช่อง | ทีมพัฒนาแอป | รับทราบ |
สองสัปดาห์ต่อมาหลังจากที่ DPO ให้ความเห็นเรื่องแยกช่องความยินยอม | ทดลองหน้าสมัคร ผู้ยินยอมให้เปิดเผยแก่บุคคลภายนอก 4 เปอร์เซ็นต์ | ทีมพัฒนาแอป | รับทราบ |
วันเดียวกันกับที่ DPO ได้ให้ความเห็น | ประชุมสรุปผลการทดลอง | ผู้เข้าประชุม | ทราบ (จากการเข้าประชุม) |
สามสัปดาห์ต่อมาหลังจากประชุมสรุปผล | แอปเปิดตัวด้วยช่องติ๊กเดียว เริ่มขายข้อมูลตำแหน่ง | ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ | รับทราบ |
หกเดือนก่อนเกิดเรื่อง | ข้อมูลตำแหน่งทุก 15 นาทีของผู้ใช้กว่าสี่แสนคนถูกรวมเป็นชุดข้อมูล | ผู้ซื้อข้อมูล | ไม่รับทราบ |
คืนที่นักข่าวทดสอบ | ระบุตัวบรรณาธิการได้ภายใน 20 นาที | นักข่าว | ไม่รับทราบ |
ผลที่ตามมา
ข่าวของศุภิสราเผยแพร่วันจันทร์ ภายในวันพุธ ชื่อร้านขึ้นอันดับหนึ่งในโซเชียลมีเดีย ผู้ใช้หลายหมื่นคนลบแอป หลายคนโพสต์ภาพหน้าจอการตั้งค่าที่ระบุว่าแอปเข้าถึงตำแหน่ง “ตลอดเวลา” มาเป็นปี
สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเรียกเมล็ดแรกเข้าชี้แจง คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญสั่งให้หยุดเปิดเผยข้อมูลตำแหน่งทันที พร้อมให้แจ้งผู้ซื้อข้อมูลทุกรายให้ลบข้อมูล และลงโทษปรับทางปกครอง กลุ่มผู้ใช้ยื่นฟ้องคดีแบบกลุ่ม
เมล็ดแรกเปลี่ยนตัว CEO ผู้บริหารคนใหม่ตั้งทีมทบทวนภายใน อัญชลีส่งความเห็นสองหน้าฉบับเดิมให้ทีม ทุกคนที่อ่านเห็นตรงกันว่า DPO ให้คำแนะนำไว้ถูกต้องทุกข้อ คำถามที่เหลือคือใครรวมสามช่องให้เหลือช่องเดียว
นาทีที่สามสิบสอง
กานต์ขอให้ทีมเปิดทบทวนวิดีโอบันทึกการประชุมสรุปผลการทดลองทั้งหมด ไม่ใช่แค่สิบนาทีแรก
ในวิดีโอ หลังผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจพูดว่า “ข้อมูลแค่นี้ขายใครก็ไม่ได้” ห้องเงียบไปพักหนึ่ง อัญชลีเป็นคนเปิดปาก
“ถ้าแยกสามช่องไม่ได้จริง ๆ งั้นรวมเป็นช่องเดียวก็ได้ค่ะ แต่ขอให้เขียนในนโยบายให้ครบทุกเรื่อง แล้วทำลิงก์ไปนโยบายให้เห็นชัด ๆ หน่อย”
ผู้อำนวยการยิ้มเป็นครั้งแรกในการประชุม “ได้เลยครับ คุณกานต์ปรับตามนี้นะ”
กานต์ในวิดีโอถามกลับว่า ผู้ใช้ที่ไม่อยากให้ติดตามตำแหน่งจะสมัครสมาชิกได้อย่างไร อัญชลีตอบว่า “เขาก็ปิดตำแหน่งที่ตั้งในการตั้งค่าโทรศัพท์ได้อยู่แล้วค่ะ”
ความเห็นสองหน้าของ DPO ถูกต้องทุกข้อ แต่ช่องติ๊กเดียวที่ทำให้ข้อมูลของผู้ใช้สี่แสนคนถูกขาย เป็นข้อเสนอที่ DPO พูดออกมาเองในนาทีที่สามสิบสองของการประชุมที่ทุกคนอยากให้จบ
ประเด็นทางกฏหมาย
ประเด็น | หน้าที่ตามกฎหมาย | ข้อเท็จจริงในกรณีนี้ | บทที่เกี่ยวข้อง |
|---|---|---|---|
ติ๊กช่องเดียวเป็นความยินยอมที่ถูกต้องหรือไม่ | มาตรา 19 ความยินยอมต้องแยกส่วนออกจากข้อความอื่นอย่างชัดเจน แจ้งวัตถุประสงค์ และคำนึงถึงความเป็นอิสระ โดยการให้บริการต้องไม่มีเงื่อนไขให้ยินยอมในเรื่องที่ไม่จำเป็นต่อบริการนั้น | ข้อกำหนดการใช้งาน การติดตามตำแหน่ง และการเปิดเผยแก่บุคคลภายนอกรวมไว้ในช่องเดียว และสมัครไม่ได้หากไม่ติ๊ก | ความยินยอมที่ไม่เป็นไปตามมาตรา 19 ไม่มีผลผูกพัน |
ข้อมูลที่ขายเป็นข้อมูลนิรนามหรือไม่ | มาตรา 6 ข้อมูลส่วนบุคคลคือข้อมูลที่ทำให้ระบุตัวบุคคลได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม | นักข่าวระบุตัวบุคคลจากรหัสผู้ใช้และพิกัดได้ภายใน 20 นาที | ข้อมูลนี้หากพิจารณาโดยละเอียดจะเห็นว่ายังพิจารณาว่าใครเป็นใครได้ จึงยังเป็นข้อมูลส่วนบุคคล |
ผู้ใช้ได้รับแจ้งวัตถุประสงค์หรือไม่ | มาตรา 23 ต้องแจ้งวัตถุประสงค์และผู้ที่อาจได้รับข้อมูล ก่อนหรือขณะเก็บรวบรวม | การขายข้อมูลอยู่ในนโยบาย แต่หน้าสมัครไม่ได้บอก และผู้ใช้กว่าเก้าสิบแปดเปอร์เซ็นต์ไม่เปิดอ่าน | มีโทษปรับทางปกครองไม่เกิน 1 ล้านบาท ตามมาตรา 82 |
เปิดเผยข้อมูลแก่ผู้ซื้อได้หรือไม่ | มาตรา 27 ห้ามใช้หรือเปิดเผยข้อมูลโดยไม่ได้รับความยินยอม เว้นแต่ได้รับยกเว้น | การเปิดเผยอาศัยความยินยอมจากช่องติ๊กเดียว | มีโทษปรับทางปกครองไม่เกิน 3 ล้านบาท ตามมาตรา 83 |
ค่าเสียหายทางแพ่ง | มาตรา 77 และ 78 | คดีแบบกลุ่มยังรอคำพิพากษา | บริษัทต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการละเมิด หากศาลมีคำพิพากษา ผู้ซื้อข้อมูลอาจต้องรับผิดแยกขึ้นอยู่ว่ามีมูลความผิดอะไรหรือไม่ |
จุดที่ DPO ต้องอ่านให้ละเอียด
นโยบายที่เขียนครบไม่ได้แก้ความยินยอมที่รวบไว้ ข้อเสนอของอัญชลีให้ “เขียนในนโยบายให้ครบ” ตอบโจทย์มาตรา 23 เรื่องการแจ้ง แต่ไม่ตอบโจทย์มาตรา 19 เรื่องการแยกส่วนและความเป็นอิสระ
คำว่า “นิรนาม” ต้องพิสูจน์ ไม่ใช่ประกาศ เนื่องจากข้อมูลส่วนบุคคลไม่ได้จำกัดแค่ชื่อสกุล ข้อมูลที่ไม่มีชื่อสกุลแต่ละเอียดพอจะระบุตัวคนได้ก็ถือเป็นข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลตำแหน่งที่ละเอียดและต่อเนื่องระบุตัวบุคคลกลับได้ง่าย จึงยังไม่เป็นข้อมูลนิรนาม
ปิดตำแหน่งในโทรศัพท์ไม่ใช่ทางเลือกตามกฎหมาย การขอความยินยอม ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องทำให้ถูกต้อง ไม่บังคับและอิสระ แม้ผู้ใช้จะมีทางเลือกที่ปิดการตั้งค่าเองก็ไม่ทำให้การขอความยินยอมที่ไม่ถูกต้องใช้งานได้
บทเรียนสำหรับ DPO
คำแนะนำที่ถูกต้องบนกระดาษ ไม่มีความหมายถ้า DPO ถอยเองในห้องประชุม
สิ่งที่อยู่ DPO อาจควมคุมไม่ได้
- ผู้บริหารวางแผนหารายได้จากข้อมูลตำแหน่งก่อนถาม DPO
- ผลการทดลองถูกใช้หาทางเลี่ยงความยินยอม แทนที่จะใช้บอกว่าผู้ใช้ส่วนใหญ่ไม่ต้องการ
- บรรยากาศในห้องประชุมกดดันให้ทุกคนหาทางให้โครงการเดินต่อ
- ผู้ซื้อข้อมูลขายต่อโดยไม่มีการควบคุม
สิ่งที่ DPO สามารถทำได้ดีกว่านี้
- ตีความตัวเลขให้ถูก สี่เปอร์เซ็นต์คือคำตอบของผู้ใช้ว่า “ไม่ต้องการ” เกินกว่าที่จะบอกว่าเป็น “ปัญหาที่ต้องแก้” ได้
- ขอเวลาก่อนเปลี่ยนความเห็น ความเห็นที่เขียนไว้สองหน้าไม่ควรเปลี่ยนด้วยประโยคเดียวในที่ประชุม
- บันทึกเหตุผลเมื่อเปลี่ยนความเห็น การเขียนเหตุผลทำให้ตัวเองได้ทบทวน ก่อนที่มันจะกลายเป็นหน้าสมัครของคนหลายแสนคน
- ทดสอบคำว่านิรนาม ควรแจ้งให้บริษัทลองระบุตัวบุคคลจากข้อมูลกลับก่อนอนุมัติให้เปิดเผยข้อมูลใด ๆ
บทเรียนหลัก: การประนีประนอมที่ฟังดูสมเหตุสมผล อาจบดบังความเห็นที่ถูกต้องตามกฎหมาย
ข้อเสนอแนะเชิงระบบ
ด้าน | สิ่งที่ควรทำ | ผู้ที่ DPO ต้องทำงานด้วย |
|---|---|---|
หน้าสมัคร | แยกข้อกำหนดการใช้งานออกจากความยินยอม และแยกความยินยอมตามวัตถุประสงค์ | ฝ่ายออกแบบ ทีมพัฒนาแอป |
บริการหลัก | ผู้ใช้ต้องใช้บริการหลักได้โดยไม่ต้องยินยอมในเรื่องที่ไม่จำเป็น | ฝ่ายผลิตภัณฑ์ |
ข้อมูลนิรนาม | ทดสอบการระบุตัวบุคคลกลับก่อนเปิดเผยข้อมูล | ทีมข้อมูล |
ความเห็นของ DPO | ความเห็นที่เปลี่ยนในที่ประชุมต้องบันทึกเหตุผลเป็นลายลักษณ์อักษร | เลขานุการที่ประชุม |
การทดลองกับผู้ใช้ | ห้ามใช้ผลการทดลองเพื่อหาทางลดทางเลือกของผู้ใช้ | ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ |
สิทธิการเข้าถึงของแอป | ตรวจว่าแอปจำเป็นต้องใช้ตำแหน่ง “ตลอดเวลา” จริงหรือไม่ | ทีมพัฒนาแอป |
เช็กลิสต์สำหรับองค์กร
- หน้าสมัครไม่มีช่องติ๊กที่รวมข้อกำหนดกับความยินยอม
- ผู้ใช้สมัครได้โดยไม่ต้องยินยอมให้เปิดเผยแก่บุคคลภายนอก
- ข้อมูลที่เรียกว่านิรนามผ่านการทดสอบระบุตัวกลับ
- ความเห็นของ DPO ที่เปลี่ยนไปมีบันทึกเหตุผล
- สัญญาขายข้อมูลห้ามผู้ซื้อระบุตัวบุคคลกลับและห้ามขายต่อ
- แอปขอสิทธิเข้าถึงตำแหน่งเท่าที่จำเป็น
คำถามอภิปราย
- ถ้าตัวเลขต่างไป ถ้าผลการทดลองออกมาหกสิบเปอร์เซ็นต์ การรวมช่องจะยังผิดอยู่หรือไม่
- สิทธิของนักออกแบบ กานต์เป็นคนเดียวที่ถามถึงผู้ใช้ที่ไม่อยากถูกติดตาม แต่ก็ออกแบบหน้าช่องเดียวตามคำสั่ง นักออกแบบควรมีสิทธิปฏิเสธงานแบบนี้หรือไม่
- ที่นั่งในห้องประชุม อัญชลีประนีประนอมเพราะเชื่อว่าถ้าไม่ยอม โครงการจะเดินต่อโดยไม่ฟังเธอเลย DPO ควรยืนหยัดจนโครงการล้ม หรือยอมเพื่อรักษาที่นั่งไว้
- ผู้ใช้ที่ติ๊กเอง บรรณาธิการเป็นผู้ใช้ที่ติ๊กช่องนั้นเอง เขาควรมีสิทธิเรียกค่าเสียหายเท่ากับคนที่ถูกหลอกหรือไม่
- มุมของนักข่าว ศุภิสราพิสูจน์ปัญหาด้วยการระบุตัวเพื่อนร่วมงานโดยใช้ข้อมูลที่ซื้อมา การพิสูจน์แบบนี้ควรทำหรือไม่
- กระจกสะท้อน ในองค์กรของคุณ ครั้งล่าสุดที่คุณเปลี่ยนความเห็นในที่ประชุมเพราะอยากให้การประชุมจบ คือเมื่อไร
หมายเหตุการอ้างอิงและแหล่งที่มา
- มาตรา 6: https://pdpa.sidata.plus/article-6/
- มาตรา 19: https://pdpa.sidata.plus/article-19/
- มาตรา 23: https://pdpa.sidata.plus/article-23/
- มาตรา 27: https://pdpa.sidata.plus/article-27/
- มาตรา 77: https://pdpa.sidata.plus/article-77/
- มาตรา 78: https://pdpa.sidata.plus/article-78/
- มาตรา 82: https://pdpa.sidata.plus/article-82/
- มาตรา 83: https://pdpa.sidata.plus/article-83/





