คำชี้แจง
กรณีศึกษานี้เขียนสำหรับเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO) และผู้ปฏิบัติงานด้าน PDPA
พนักงานโรงงานคนหนึ่งถูกย้ายไปกะดึก เพราะหัวหน้ารู้ว่าเขาไปพบจิตแพทย์ บริษัทมี DPO ที่ออกแบบระบบลาป่วยใหม่จนไม่มีคำวินิจฉัยโรคบนเอกสารใดอีกเลย และจำกัดให้ฝ่ายบุคคลเพียงสองคนเข้าถึงตู้เก็บใบรับรองแพทย์
วิธีใช้ : อ่านเรื่องเล่าและลำดับเหตุการณ์แล้วลองวิเคราะห์ว่าหัวหน้างานรู้ได้อย่างไร ก่อนอ่านส่วนผลที่ตามมาและประเด็นกฎหมาย
กรณีศึกษาจำลองเพื่อการศึกษา ชื่อองค์กร บุคคล และเหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเรื่องสมมติ
ชื่อเรื่อง
เช้าวันจันทร์ที่จุดประกอบสินค้าไลน์ที่สี่
เอกชัยรู้ว่ามีอะไรผิดปกติตั้งแต่เปิดตู้ล็อกเกอร์ ชุดทำงานของเขาถูกย้ายไปไว้ที่ตู้ท้ายแถว เพื่อนที่ทำงานด้วยกันมาเจ็ดปีก็ทักทายสั้นกว่าปกติ แล้วรีบเดินไปที่เครื่องปั๊มชิ้นส่วน
บุญส่ง หัวหน้าไลน์ประกอบสี่ เรียกเขาเข้าพบห้องเล็กข้างสายพาน
“ตั้งแต่พรุ่งนี้ ไปอยู่คลังสินค้ากะดึกนะ” บุญส่งพูดโดยไม่มองหน้า “งานเบากว่า ไม่ต้องอยู่ใกล้เครื่องจักร พี่ทำเพื่อความปลอดภัยของทุกคน รวมทั้งเอ็งด้วย”
เอกชัยถามว่าเขาทำอะไรผิด บุญส่งไม่ตอบ
ตอนพักเที่ยง เพื่อนสนิทคนเดียวที่ยังนั่งกินข้าวด้วยกระซิบบอก “หัวหน้าเล่าในกลุ่มแชตหัวหน้างานว่าเอ็งไปหาหมอโรงพยาบาลจิตเวช เขากลัวเอ็งทำอะไรกับเครื่องจักร”
เอกชัยวางช้อนลง เขาไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟัง นอกจากภรรยา และไม่เคยบอกใครในบริษัท พนาสิน ออโต้พาร์ท จำกัด เลย
ย้อนไปหนึ่งปีก่อนเหตุการณ์
ฝ่ายกำกับดูแลการปฏิบัติงาน ธวัชชัย ผู้จัดการฝ่ายกำกับดูแลซึ่งควบตำแหน่งเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของโรงงานที่มีพนักงานกว่า 1,200 คน เปิดโฟลเดอร์กลางของฝ่ายบุคคลในวันแรกที่ทบทวนกระบวนการลา
ในโฟลเดอร์มีไฟล์สแกนใบรับรองแพทย์กว่าหนึ่งหมื่นแปดพันไฟล์ ย้อนหลังหกปี ทุกใบมีคำวินิจฉัยโรค พนักงานฝ่ายบุคคลและธุรการอีกสี่สิบคนเข้าถึงและเปิดดูได้ทั้งหมด
“ลาป่วยวันเดียวก็ต้องมีใบรับรองแพทย์ค่ะ” รัตนา ผู้จัดการฝ่ายบุคคลอธิบาย “เราเจอใบรับรองแพทย์ปลอมบ่อยมาก ปีที่แล้วเจอเป็นสิบใบ”
สามสัปดาห์ต่อมา ธวัชชัยเสนอกระบวนการใหม่ ใบรับรองแพทย์ระบุเพียงว่าพนักงานไม่สามารถทำงานได้กี่วัน ไม่ต้องมีคำวินิจฉัย เอกสารฉบับจริงเก็บในตู้ล็อกกุญแจที่เข้าถึงได้สองคน และลบไฟล์สแกนย้อนหลังทั้งหมด เขาออกแบบฟอร์มลาป่วยฉบับใหม่ด้วยตัวเอง หนึ่งหน้ากระดาษ ช่องกรอกน้อยที่สุดเท่าที่ทำได้
ผู้บริหารชมในที่ประชุมว่ารัดกุมและเคารพพนักงาน รัตนาบอกว่าฝ่ายบุคคลทำงานง่ายขึ้นมาก
ห้าเดือนก่อนเหตุการณ์ แม่ของเอกชัยเสียชีวิต เขานอนไม่หลับติดกันหลายสัปดาห์ จนภรรยาขอให้ไปหาหมอ
สามเดือนก่อนเหตุการณ์ เอกชัยลาป่วยครั้งแรก ใบรับรองแพทย์มาจากโรงพยาบาลชุมชนใกล้บ้าน แพทย์ส่งตัวเขาต่อไปยังโรงพยาบาลจิตเวชประจำจังหวัด
สองเดือนก่อนเหตุการณ์ ลาป่วยครั้งที่สอง ใบรับรองจากโรงพยาบาลชุมชนอีกครั้ง ตอนไปรับยา
สามสัปดาห์ก่อนเหตุการณ์ ลาป่วยครั้งที่สาม นัดติดตามอาการครั้งแรกกับจิตแพทย์ ใบรับรองแพทย์ใบที่สามระบุเพียงว่า “สมควรพักรักษาตัว 1 วัน” ไม่มีคำวินิจฉัย ตามที่แบบฟอร์มใหม่กำหนดทุกประการ
ลำดับเหตุการณ์
ลำดับเวลา | เหตุการณ์ | ผู้รับทราบเหตุการณ์ | DPO รับทราบหรือไม่ |
|---|---|---|---|
หนึ่งปีก่อน | DPO พบไฟล์ใบรับรองแพทย์ 18,000 ไฟล์ที่มีคำวินิจฉัย เปิดดูได้สี่สิบคน | ฝ่ายบุคคล | รับทราบ |
สามสัปดาห์ต่อมาหลังจากพบไฟล์ | ใช้แบบฟอร์มลาป่วยใหม่ ที่ไม่มีคำวินิจฉัย ตู้ล็อกเข้าถึงได้สองคน | ทั้งโรงงาน | รับทราบ |
สามเดือนก่อนเหตุการณ์ | เอกชัยลาป่วยครั้งแรก | หัวหน้าไลน์ ฝ่ายบุคคล | ไม่ทราบ |
สามสัปดาห์ก่อนเหตุการณ์ | ลาป่วยครั้งที่สาม ใบรับรองจากโรงพยาบาลจิตเวช | หัวหน้าไลน์ ฝ่ายบุคคล | ไม่ทราบ |
วันจันทร์ที่เกิดเหตุการณ์ | เอกชัยถูกย้ายไปกะดึก หัวหน้าเล่าเรื่องในกลุ่มแชตหัวหน้างาน | หัวหน้างานในกลุ่มแชต | ไม่ทราบ |
ผลที่ตามมา
เอกชัยลาออกหลังทำงานกะดึกได้หกสัปดาห์ เขาร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และยื่นฟ้องบริษัทเรียกค่าเสียหาย ในคำร้องเขาเขียนว่า “ผมไม่ได้เสียงาน ผมเสียที่ที่ผมเคยรู้สึกว่าปลอดภัย”
บริษัทชี้แจงอย่างมั่นใจ ใบรับรองแพทย์ไม่มีคำวินิจฉัย เก็บในตู้ล็อก เจ้าหน้าที่เข้าถึงได้เพียงสองคน ซึ่งทั้งสองยืนยันว่าไม่เคยบอกใคร ข้อมูลจึงไม่ได้รั่วจากระบบของบริษัท
บุญส่งให้การว่าเขาไม่ได้ขโมยข้อมูลจากใคร เขาเห็นเอง ไม่มีใครในบริษัทเข้าใจว่าเขาเห็นได้อย่างไร
ทางเดินของกระดาษหนึ่งแผ่น
ธวัชชัยหยิบแบบฟอร์มลาป่วยเปล่าจากชั้นวางของฝ่ายบุคคล แล้วทำสิ่งที่เขาไม่เคยทำตลอดหนึ่งปี เดินตามกระดาษแผ่นนั้น ตั้งแต่มือพนักงานจนถึงตู้ล็อก
เขาเดินไปที่ไลน์ประกอบสอง ยื่นแบบฟอร์มให้พนักงานหนุ่มคนหนึ่ง แล้วถามว่าถ้าพรุ่งนี้ลาป่วย ต้องส่งแบบฟอร์มนี้อย่างไร
พนักงานพลิกกระดาษชี้ไปที่ประโยคตัวเล็กด้านล่างบรรทัดสุดท้าย “ตามนี้ครับ แนบใบรับรองแพทย์ตัวจริง ยื่นให้หัวหน้าไลน์เซ็นรับรองวันลาก่อน แล้วหัวหน้าจะรวบรวมส่งฝ่ายบุคคลทุกวันศุกร์”
ธวัชชัยจำได้ว่าเขาเขียนบรรทัดนั้นเองในวันสุดท้ายก่อนประกาศใช้ รัตนาขอให้เพิ่ม เพราะกังวลเรื่องใบรับรองปลอม และหัวหน้าไลน์รู้ว่าลูกน้องหยุดงานวันไหนจริง
ถาดเอกสารสีฟ้าบนโต๊ะหัวหน้าไลน์สองมีใบรับรองแพทย์ของสัปดาห์นี้ซ้อนกันสิบกว่าใบ ไม่มีซอง ไม่มีคำวินิจฉัยสักใบ แต่ทุกใบมีหัวกระดาษ โรงพยาบาลชุมชน คลินิกทันตกรรม คลินิกสูตินรีเวช และโรงพยาบาลจิตเวชประจำจังหวัด
ธวัชชัยลบคำวินิจฉัยออกจากทุกเอกสาร จำกัดคนเข้าถึงตู้ล็อกเหลือสองคน แต่ในบรรทัดสุดท้ายที่เขาเขียนเอง เขาส่งชื่อโรงพยาบาลของพนักงานทุกคนผ่านมือหัวหน้างานสามสิบคน ทุกวันศุกร์ มาตลอดหนึ่งปี
ประเด็นทางกฏหมาย
ประเด็น | หน้าที่ตามกฎหมาย | ข้อเท็จจริงในกรณีนี้ | บทที่เกี่ยวข้อง |
|---|---|---|---|
ชื่อโรงพยาบาลบนใบรับรองแพทย์เป็นข้อมูลสุขภาพหรือไม่ | มาตรา 26 ข้อมูลสุขภาพเป็นข้อมูลที่ห้ามเก็บรวบรวมโดยไม่ได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้ง เว้นแต่เข้าข้อยกเว้น | ใบรับรองไม่มีคำวินิจฉัย แต่หัวกระดาษระบุโรงพยาบาลจิตเวช | ข้อมูลอะไรก็ตาม สามารถกลายเป็นตัวบ่งชี้ และจะเป็นข้อมูลส่วนบุคคลได้ หากสามารถประกอบกับข้อมูลอื่นแล้วระบุถึงตัวบุคคลใดคนหนึ่งได้เฉพาะ และชื่อสถานพยาบาลซึ่งเป็นสถานพยาบาลเฉพาะทางก็สามารถอนุมานได้ถึงข้อมูลสุขภาพของตัวบุคคลได้ด้วย หากมีข้อมูลอื่นประกอบ อย่างกรณีนี้ คือชื่อสถานพยาบาลเฉพาะทางที่ตัวเจ้าของข้อมูลเข้าไปรับบริการเพื่อตัวเอง จึงสามารถอนุมานได้ถึงข้อมูลสุขภาพของเจ้าของข้อมูลได้ |
นายจ้างขอใบรับรองแพทย์ได้แค่ไหน | มาตรา 26 มีข้อยกเว้นเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายในบางเรื่อง รวมถึงการคุ้มครองแรงงาน และกฎหมายคุ้มครองแรงงานให้นายจ้างขอใบรับรองแพทย์ได้เมื่อลาป่วยตั้งแต่สามวันทำงานขึ้นไป | บริษัทบังคับใบรับรองแพทย์ทุกครั้ง แม้ลาวันเดียว | การเก็บใบรับรองแพทย์จากลูกจ้างที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายแรงงานไม่อาจบังคับได้ และในแง่ของ PDPA ถือเป็นการเก็บที่อ้างฐานความจำเป็นด้านการคุ้มครองแรงงานไม่ได้ตามมาตรา 26 (5) (ค) เพราะเป็นการอ้างที่ไม่ถูกต้องกับกฎหมายแรงงาน ตามพรบ.คุ้มครองแรงงาน มาตรา 32 |
จำกัดการเข้าถึงข้อมูลเท่าที่จำเป็นหรือไม่ | มาตรา 37(1) ต้องจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม | ตู้ล็อกเข้าถึงได้สองคน แต่ใบรับรองฉบับจริงผ่านมือหัวหน้างานสามสิบคนโดยไม่มีซอง | มีโทษปรับทางปกครองไม่เกิน 3 ล้านบาท ตามมาตรา 83 |
ค่าเสียหายทางแพ่ง | มาตรา 77 และ 78 | บริษัทออกแบบเส้นทางที่ทำให้หัวหน้างานเห็นข้อมูล | บริษัท ในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล จะมีความรับผิดทางแพ่งในมูลละเมิดสำหรับการที่ หัวหน้างานนำข้อมูลบ่งชี้ที่อนุมานได้ถึงข้อมูลสุขภาพของลูกจ้างไปเผยแพร่แก่เพื่อนร่วมงานรายอื่น ๆ ของลูกจ้างโดยไม่มีเหตุ |
จุดที่ DPO ต้องอ่านให้ละเอียด
ข้อมูลสุขภาพไม่ได้อยู่แค่ในคำวินิจฉัย ชื่อสถานพยาบาล แผนก วันนัด ผู้เข้ารับบริการ และความถี่ของการลา อาจเปิดเผยภาวะสุขภาพได้เมื่อผู้อ่านรู้บริบท
ข้อยกเว้นเพื่อการคุ้มครองแรงงานมีขอบเขต ถ้าข้อยกเว้นในมาตรา 26 อ้างอิงหน้าที่ตามกฎหมายแรงงาน การเก็บใบรับรองในกรณีที่กฎหมายแรงงานไม่ได้ให้อำนาจ ไม่อยู่ในข้อยกเว้นนั้น และหากอ้างความยินยอมในการเก็บ ถ้าพนักงานไม่ยินยอม ตามหลักการของการขอความยินยอม พนักงานยังต้องลาได้
การเปิดเผยภายในองค์กรก็เป็นการเปิดเผย การเปิดเผยข้อมูลของบุคลากรในองค์กร ให้ผู้อื่นในองค์กรเดียวกัน ก็ถือเป็นการเปิดเผย
บทเรียนสำหรับ DPO
DPO ที่ออกแบบกระบวนการบนโต๊ะทำงาน มักเห็นเฉพาะช่องที่ต้องกรอก แต่ไม่เห็นมือทุกคู่ที่กระดาษต้องผ่าน
สิ่งที่ DPO อาจควบคุมไม่ได้
- ฝ่ายบุคคลยืนยันให้หัวหน้างานรับรองวันลาเพื่อป้องกันใบรับรองปลอม
- บริษัทบังคับขอใบรับรองแพทย์ทุกครั้งที่ลา
- วัฒนธรรมในกลุ่มไลน์หัวหน้างานทำให้การเล่าเรื่องส่วนตัวของลูกน้องเป็นเรื่องปกติ
สิ่งที่ DPO ทำได้มากกว่านี้
- แยกสิ่งที่หัวหน้าต้องรู้ออกจากสิ่งที่ไม่ต้องเห็น หัวหน้าต้องรู้วันลา แต่ไม่จำเป็นต้องเห็นใบรับรองแพทย์
- ทบทวนความจำเป็นของใบรับรองทุกครั้งที่ลา เทียบกับสิ่งที่กฎหมายแรงงานกำหนดจริง
บทเรียนหลัก: การลบคำวินิจฉัยไม่ได้ลบข้อมูลสุขภาพ ถ้าหัวกระดาษยังเดินผ่านมือทุกคู่
ข้อเสนอแนะเชิงระบบ
ประเด็น | สิ่งที่ควรทำ | ผู้ที่ DPO ต้องทำงานด้วย |
|---|---|---|
เส้นทางเอกสาร | เดินตามเส้นทางจริงของเอกสารที่มีข้อมูลสุขภาพ ตั้งแต่พนักงานจนถึงที่จัดเก็บ | ฝ่ายบุคคล หัวหน้างาน |
การส่งใบรับรอง | ส่งถึงฝ่ายบุคคลโดยตรง หรือใส่ซองปิดผนึก | ฝ่ายบุคคล |
บทบาทหัวหน้างาน | หัวหน้างานรับรองได้เฉพาะวันที่ลา ไม่ต้องเห็นใบรับรองแพทย์ | ฝ่ายบุคคล ฝ่ายผลิต |
ความจำเป็นของใบรับรอง | ทบทวนว่าต้องมีใบรับรองทุกครั้งที่ลาหรือไม่ | ฝ่ายบุคคล ฝ่ายกฎหมาย |
การอบรม | อบรมหัวหน้างานเรื่องข้อมูลส่วนตัวของลูกน้อง รวมถึงการพูดในกลุ่มแชต | ฝ่ายบุคคล |
เช็กลิสต์สำหรับองค์กร
- มีคนเดินตามเอกสารข้อมูลสุขภาพจริงอย่างน้อยปีละครั้ง
- ใบรับรองแพทย์ต้องไม่ผ่านมือหัวหน้างาน หรือใส่ซองปิดผนึก
- นโยบายขอใบรับรองแพทย์ที่สอดคล้องกับกฎหมายแรงงาน
- คำนึงถึงชื่อสถานพยาบาล แผนก และความถี่ของการลา อาจเปิดเผยข้อมูลสุขภาพ
- หัวหน้างานได้รับการอบรมเรื่องการพูดถึงสุขภาพของลูกน้อง
- มีช่องทางร้องเรียนเมื่อข้อมูลสุขภาพถูกเล่าต่อ
คำถามอภิปราย
- ใบรับรองปลอมกับความเป็นส่วนตัว ใบรับรองปลอมเป็นปัญหาจริงของโรงงาน ถ้าไม่ให้หัวหน้างานตรวจ บริษัทจะเสียอะไร และคุณยอมรับความเสี่ยงเรื่องใบรับรองปลอมได้แค่ไหน
- มุมของบุญส่ง บุญส่งเชื่อจริงว่าลูกน้องที่มีปัญหาสุขภาพจิตไม่ควรอยู่ใกล้เครื่องจักร ความกังวลแบบนี้มีส่วนไหนชอบธรรม และส่วนไหนที่กลายเป็นการตีตรา
- ใครเพิ่ม ใครเขียน รัตนาขอให้เพิ่มบรรทัดสุดท้าย แต่ธวัชชัยเป็นคนเขียน ความรับผิดชอบควรแบ่งกันอย่างไร
- ทางเลือกของพนักงาน ถ้าเอกชัยไปพบจิตแพทย์ในวันหยุดแทนการลาป่วย เขาจะปลอดภัยกว่าหรือไม่ และระบบที่ทำให้พนักงานต้องเลือกแบบนี้ควรเปลี่ยนอย่างไร
- สิ่งที่อ่านได้จากหัวกระดาษ นอกจากชื่อโรงพยาบาล เอกสารในองค์กรของคุณมีข้อมูลอะไรอีกที่บอกเรื่องสุขภาพได้โดยไม่ตั้งใจ
- กระจกสะท้อน ในองค์กรของคุณ เอกสารที่มีข้อมูลสุขภาพผ่านมือใครบ้างก่อนถึงคนที่ควรเห็น
หมายเหตุการอ้างอิงและแหล่งที่มา
- มาตรา 26: https://pdpa.sidata.plus/article-26/
- มาตรา 37: https://pdpa.sidata.plus/article-37/
- มาตรา 77: https://pdpa.sidata.plus/article-77/
- มาตรา 78: https://pdpa.sidata.plus/article-78/
- มาตรา 83: https://pdpa.sidata.plus/article-83/






